ขั้นตอนการสมัคร WAH 2013 (Online)

Work-Holiday-150ขั้นตอนการสมัคร WAH 2013 (Online) : Updated 12/5/2013 กำหนดการ Work and Holiday Australia 2013สท.เปิดรับจำนวน 550 คนซึ่งมากกว่าโควต้าของ Work and Holiday Australia ของทางสถานทูตอยู่ 50 คนจำนวนที่มากกว่านี้ผมว่าจะไม่ส่งผลอะไรมากครับ เพราะจากผู้สมัครทางออนไลน์ 550 คนนี่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสารและสัมภาษณ์กันครบทุกคน (ต้องมีคนที่ไม่ทราบว่าต้องมีเอกสารและจองไป และต้องมีคนที่จองๆ ไปก่อนเผื่อเค้าใจดีให้ผ่าน แต่สท.จะไม่ให้จริงๆ สำหรับการณีเอกสารไม่ครบครับ)

Work-Holidayขั้นตอนการสมัคร WAH 2013 (Online) : Updated 12/5/2013

กำหนดการ Work and Holiday Australia 2013
สท.เปิดรับจำนวน 550 คนซึ่งมากกว่าโควต้าของ Work and Holiday Australia ของทางสถานทูตอยู่ 50 คนจำนวนที่มากกว่านี้ผมว่าจะไม่ส่งผลอะไรมากครับ เพราะจากผู้สมัครทางออนไลน์ 550 คนนี่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสารและสัมภาษณ์กันครบทุกคน (ต้องมีคนที่ไม่ทราบว่าต้องมีเอกสารและจองไป และต้องมีคนที่จองๆ ไปก่อนเผื่อเค้าใจดีให้ผ่าน แต่สท.จะไม่ให้จริงๆ สำหรับการณีเอกสารไม่ครบครับ)

การสมัครออนไลน์จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2556 โดยสท.จะเปิดให้สมัครออนไลน์ในวันที่ 1 ก.ค. 2013 เวลา 9.00 น. โดยจะปิดรับทันทีที่ได้ผู้สมัครครบ 550 คนสำหรับ Australia และ 120 คนสำหรับ New Zealand ครับ

การสัมภาษณ์กับสท.
ผู้ที่จองคิวสัมภาษณ์ 550 คนแรกทันจะต้องเข้าสัมภาษณ์กับสท.ในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2556 (เสาร์- อาทิตย์) ผู้ที่จองคิวได้ต้องไปยื่นเอกสารและสัมภาษณ์ด้วยตัวเองนะครับ

การรับใบรับรองจากสท.
หลังจากผ่านการสัมภาษณ์และตรวจเช็คเอกสารแล้วในช่วงต้นเดือนส.ค.ครับ การไปรับใบรับรองนี่สามารถเซ็นใบมอบอำนาจให้คนอื่นไปรับแทนได้ครับ

การขอวีซ่า
สามารถขอได้เลยหลังจากได้รับใบรับรองเลย เพราะสถานทูตออสเตรเลียเริ่มนับโควต้าใหม่ทุกวันที 1 ก.ค.ของทุกปี
** อย่างไรก็ตาม การได้รับใบรับรองไม่ได้แปลว่าได้วีซ่านะครับ** อ่านเพิ่มเติมเหตุผลที่ “ได้ใบรับรอง” ไม่เท่ากับ “ได้วีซ่า”

Working Holiday Scheme New Zealand
สำหรับของ New Zealand เปิดรับจำนวน 120 คนครับ กติกาคล้ายๆ กันกับของออสเตรเลียกล่าวคือ การสมัครออนไลน์จะมีขึ้นในวันที่ 1-5 ก.ค. เช่นกันกับของออสเตรเลีย และกติกาการขอก็เหมือนกันครับ
**ทั้งนี้เราไม่สามารถขอใบรับรองสำหรับทั้งสองประเทศพร้อมกันในปีเดียวได้ครับ ถ้าใครทำแล้วสท.เค้าตรวจเจอจะถูกตัดสิทธิ์ทั้งสองโครงการไปเลยครับ ดังนั้นต้องตัดสินใจให้ดีๆ ก่อนสมัครครับว่าจะไปไหน**

การยื่นวีซ่า
สถานทูตนิวซีแลนด์กำหนดให้เริ่มยิ่นวีซ่าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ครับ บางคนก็ยื่นวีซ่าไปแล้วก่อนล่วงหน้า ซึ่งต้องส่งเอกสารตามไปทีหลังในกรณีขอใบสท.ได้ครับ

หลักฐานที่ต้องเตรียม
สำหรับทั้งสองโครงการจะมีหลักฐานหลักๆ สองอย่างที่จะต้องสแกนไปด้วยได้แก่

  1. ภาพถ่ายขนาด 1 นิ้ว : เนื่องจากในรอบสัมภาษณ์กับสท.กำหนดไว้ให้ใช้รูปถ่าย 1 นิ้ว ดังนั้นภาพที่กำหนดไว้ตรงนี้จะเป็นภาพ 1 นิ้วไปด้วย สำหรับผู้ที่มีรูปถ่ายสองนิ้วใช้ได้เหมือนกันระบบจะจัดการให้เองครับ (คือสรุปว่านำรูปถ่ายติดบัตรมาสแกน)
    ข้อแนะนำ สแกนรูปถ่ายไว้ในรูปแบบ jpg ใครสแกนรูปภาพมาแล้วได้ไฟล์ใหญ่ลองใช้ Photoshop resize ดูนะครับ สำหรับรูปถ่ายนี่จะมีโปรแกรมช่วยอีกตัวชื่อ Easy Thumbnail ดาวน์โหลดฟรีที่นี่ครับ
  2. ผลภาษาอังกฤษ : สิ่งที่สำคัญที่ต้องแนบไปด้วยอีกอย่างก็คือ ผลภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งในรายการต่อไปนี้ครับ
  • ผล IELTS 4.5
  • ผล TOEFL 133 สำหรับ computer based หรือ 450 สำหรับ paper based test หรือ 45-46 สำหรับ internet-based test (Australia Only)

**ผลเหล่านี้ต้องอายุไม่เกิน 2 ปี ทั้งตอนยื่นกับสท.และยื่นกับสถานทูตนะครับ**

***สำหรับปี 2013 สถานทูตนิวซีแลนด์ประกาศไม่รับ TOEFL แล้วครับ***

หลักฐานการเรียนระดับ Post secondary school (ปริญญาตรีและ diploma ได้ครับ) ที่มีระยะเวลาของคอร์สเรียนไม่ต่ำกว่าสองปี (ในกรณีเรียนในไทย) โดยโปรแกรมที่เรียนจะต้องมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (เอกภาษาอังกฤษแต่โปรแกรมภาษาไทยไม่ได้นะครับ) หรือใบที่จบระดับ Diploma ขึ้นไปในออสเตรเลียครับ

คลิกเพื่อดูตัวอย่างใบรับรองว่าเรียน English Program อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานทางด้านภาษา

**ประเภทของไฟล์ภาพที่จะอัพโหลดควรจะต้องเป็น jpeg ครับ** [ในเอกสารของทางสท.บอกว่า เป็น jpeg/png หรือ gif ครับ แต่เทียบกับ jpeg แล้ว png หรือ gif จะมีขนาดใหญ่กว่าดังนั้นใช้ jpeg ก็ง่ายดีครับ]

เมื่อทราบกำหนดการและเอกสารที่ต้องเตรียมแล้ว เรามาดูกันว่าต้องกรอกข้อมูลอะไรกันบ้างที่ไหน อย่างไรครับ

การสมัครและการกรอกข้อมูล

  1. เข้าเวปไซต์สท.หรือ Direct Link
  2. คลิก ”โครงการความร่วมมือระหว่างไทย–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ (Work and Holiday Visas & Working Holiday Scheme)
  3. เวปไซต์จะพาเรามาหน้านี้ครับ (ถ้าคลิก Direct Link ก็จะพามาที่นี่เลยเช่นกัน)

    twc1
  4. จากนั้นให้กด “คลิกที่นี่” ดังภาพ (ด้านบน) แล้วระบบจะพาเราไปยังหน้าถัดไป ซึ่งจะมีชื่อโครงการให้เลือกว่าจะสมัคร Work and Holiday Australia หรือWorking Holiday New Zealand ดังภาพด้านล่างครับ

    twc2
  5. เมื่อเราคลิกสมัครไปแล้วหน้าจอต่อไปจะให้เรากรอกหมายเลขบัตรประชาชน ในการกรอกหมายเลขบัตรจะต้องกรอกให้ถูกเป๊ะ ถ้าพลาดระบบจะเตือนมา และเราต้องกรอกใหม่ซึ่งจะเป็นการเสียเวลาดังนั้นพยายามกรอกให้ถูกๆ แต่ต้นไปเลยดีกว่า (พิมพ์ไว้ก่อนก็ได้ครับ)

    twc3
  6. เมื่อกรอกถูกต้องระบบจะพาเราไปยังหน้า ยอมรับข้อตกลง ให้ติ๊กเลือก “ยอมรับข้อตกลง” และคลิก “ยืนยัน” ครับ

    twc4
  7. เมื่อยอมรับข้อตกลงกันเสร็จแล้ว เราจะสามารถเริ่มกรอกข้อมูลได้เลยครับ

    P1 1

 

รายละเอียดที่ต้องกรอกในหน้านี้ครับ:
**เวลากรอกดูดีๆ ว่าตัวไหนจำเป็นต้องกรอก จะมีดอกจันทร์อยู่ครับ (ตามรูปนะครับ ไม่ใช่ตามลิสต์ด้านล่าง)**

รายละเอียดส่วนตัว

  1. รูป : Browse แล้วเลือกรูปไว้ก่อนเลยจะได้ไม่ลืมครับ
  2. คำนำหน้าชื่อภาษาไทย
  3. ชื่อและนามสกุล
  4. คำนำหน้าภาษาอังกฤษ
  5. ชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่่
  6. เพศ
  7. เชื้อชาติ
  8. สัญชาติ
  9. ศาสนา
  10. วันเดือนปีเกิด : ให้ระบุเป็น ddmmyyyy ใบรูปแบบพ.ศ. เช่นเกิด 11 มี.ค. 2530 ก็เป็น 11032530
  11. อายุ : คำนวนไว้เลยตอนก่อนกรอกเลยก็ได้ว่าตอนนี้กี่ขวบกับอีกกี่เดือนแล้ว
  12. สภานภาพ
    ที่อยู่ปัจจุบัน (ที่ๆ อยู่จริงๆ)
  13. เลขที่
  14. หมู่ที่
  15. สถานที่ : หมายถึงชื่อตึก ชื่ออพาร์ทเมนท์
  16. ตรอก/ซอย
    ** สำหรับตำบล อำเภอ จังหวัด ให้พิมพ์ตำบลอย่างเดียว แล้วระบบจะเลือก อำเภอและจังหวัดมาให้เอง : ถ้าพิมพ์เองไปจะใช้ไม่ได้ครับ ต้องให้ระบบเลือก**
  17. ตำบล/แขวง**
  18. อำเภอ/เขต**
  19. จังหวัด **
  20. รหัสไปรษณีย์
  21. โทรศัพท์บ้าน
  22. โทรศัพท์มือถือ
  23. โทรสาร
  24. email
    รายละเอียดเบื้องต้น (การศึกษา/อาชีพ)
    อาชีพ
  25. อาชีพ
  26. ตำแหน่ง
  27. สถานที่ทำงาน
  28. โทรศัพท์
  29. โทรสาร
  30. ระยะเวลาการทำงาน
    การศึกษาสูงสูด
  31. สถาบัน
  32. วุฒิ : มี drop down list ให้เลือก
  33. สาขา

    P2 2
  34. ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ : เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง
    - ผลการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL : โดยมี ผลคะแนน/วันที่ผลออก/วันหมดอายุ เตรียมไว้ให้พร้อม : format วันแบบเดิม; 11 ธ.ค. 2553 = 11122553)
    - หลักฐานทางการศึกษา : เลือกประเภทหลักฐานและอย่าลืมแนบไฟล์นะครับ
  35. บุคคลที่ติดต่อได้กรณีฉุกเฉิน : กรอกเลขที่บัตรประชาชน คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ความสัมพันธ์ รายละเอียด ช่องทางติดต่อ
    รายละเอียดเกี่ยวกับบิดามารดา
  36. ข้อมูลบิดา : เลขที่บัตรประชาชน คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล อายุ อาชีพ สถานที่ทำงาน ตำแหน่ง ช่องทางติดต่อ
  37. ข้อมูลมารดา : เลขที่บัตรประชาชน คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล อายุ อาชีพ สถานที่ทำงาน ตำแหน่ง ช่องทางติดต่อ
    บุคคล/หน่วยงานที่ท่านรู้จักในประเทศที่ท่าจะไป (ถ้ามี)
  38. ถ้าไม่มีก็เว้นว่างไว้ ถ้ามีและคิดว่าเค้าจะเป็น reference ให้เราได้ถึงค่อยใส่ไป
  39. แผนการเดินทาง ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ไหนๆ ก็จะต้องเขียนภาษาอังกฤษให้สถานทูตแล้ว เขียนไว้เลยก็ดี แต่ถ้าใครเขียนอังกฤษไม่ทัน สท.ไม่ว่าอะไรกับเวอร์ชันภาษาไทยครับ อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่าผมคิดว่าการนำตัวอย่างแผนการเดินทางมาแปะไว้ให้เลยอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอาจจะมีบางคนที่ก๊อปไปใช้เลยโดยไม่เปลี่ยนรายละเอียด ถ้าส่งกันไปแบบนั้นเลยจะไม่ส่งผลดีแน่ๆครับ ดังนั้นเลยไม่แปะให้ แต่ลงไกด์ไว้ให้นะครับ
    เขียนอะไรดีในแผนการเดินทาง

    P2 21
    หน้าสุดท้ายที่ต้องกรอกข้อมูลแล้ว อีกนิดเดียว
    บันทึกข้อตกลง
  40. เขียนที่ : ชื่อสถานที่ที่เขียน จะเป็นบ้านตัวเองก็ได้ครับ
  41. วันเดือนปีที่เขียน เช่น 04-07-2554
    ข้อมูลตรงนี้ถ้าชื่อคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นผู้ปกครองด้วยก็จะสบายไป แค่ติ๊ก “เหมือนข้อมูลบิดา” หรือ “เหมือนข้อมูลมารดา” และ “เหมือนที่อยู่ปัจจุบัน” เท่านั้นก็เสร็จแล้ว ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องกรอกตรงนี้เป็นใบบันทึกข้อตกลงครับ
  42. วันที่ตรวจสอบเอกสารและวันสัมภาษณ์ มี drop down list ให้เลือกจากวันที่มีสัมภาษณ์ของทั้งสองโครงการ ในกรณีวันที่มีคนจองเต็มแล้วจะเลือกไม่ได้ครับ
  43. หลักฐานประกอบการสมัคร เราจะนำอะไรไปบ้างให้เลือกไปด้วยเลยจากในลิสต์ในภาพครับ

IELTS/TOEFL หรือผลการเรียนก็เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

หลักฐานการเงินของออส 5000 AUD ของนิว 7000 NZD ครับ

แล้วก็สรุปกันว่า TOEIC ใช้ไม่ได้แล้ว แต่ในนี้ยังมีอยู่ก็ไม่ต้องไปคลิกนะครับ

เมื่อกรอกข้อมูลและตรวจสอบเสร็จแล้ว ให้คลิก “บันทึกข้อมูล” ก็เป็นอันเสร็จครับ ระบบจะพาเรามาหน้านี้เพื่อแสดงรายละเอียดและบอกว่าเราได้ลำดับที่เท่าไร โดยคอนเฟิร์มถึงรายละเอียดวันสัมภาษณ์ที่ได้กรอกไปด้วย

 

P4 1

เราสามารถเลือกปรินต์ทั้งใบสมัครและใบบันทึกข้อตกลงที่กรอกไปก่อนหน้านี้มาได้เลยจากหน้านี้เช่นกันครับ สำหรับผู้ที่ยังไม่สะดวกปรินต์ให้เซฟไฟล์เก็บเอาไว้ได้ครับ
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จเรายังเข้ามาเช็คสถานะเราได้เสมอครับ โดยการเข้ามาที่หน้าเดิมแล้วใช้เลขบัตรประชาชนเป็นตัวล็อกอิน และจะสามารถเข้ามาเช็คได้ดังนี้ครับ

pass

  

ขั้นตอนคร่าวๆ ไม่ยากอะไรครับ ที่ยากคือจองให้ทันกันนี่แหละ ยังไงทุกคนสู้ๆ ขอให้โชคดีทุกคนครับ

โดย เกมส์

ขอบคุณบทความดีๆ จากคุณเกมส์ จากเว็บไซต์ thaiwahclub
สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiwahclub.com/article-wah/australia/182-online-wah-guide-2011.html