Chat : Work in Australia Lab Work

03-chatmai

จากความเดิมตอนที่แล้วที่ลำบากทำงานฟาร์มมา 6 เดือน โอกาสดีๆ ก็เข้ามาค่ะ เพื่อนที่ทำงานด้วยกันเค้าบอกว่ามีบริษัทนึงรับสมัครงานเรื่อยๆ มีงานในห้องแลปด้วย ชัชกับใหม่ก็เลยไปสมัครค่ะ โชคดีที่คนที่เค้ารับสมัครงานเค้าเพิ่งกลับจาก holiday ที่เมืองไทยแล้วเค้าชอบเมืองไทย พอรู้ว่าชัชกับใหม่เป็นคนไทยแถมมี Agricultural degree มา เค้าเลยอยากรับ โทรไปหาเจ้านายทันที ก็ได้สัมภาษณ์งานหลังจากนั้น และได้ทำงานมาจนถึงทุกวันนี้

ตอนที่ไปสัมภาษณ์ไม่ได้หวังว่าจะได้ทำงานในห้องแลป เพราะบริษัทที่ไปสมัครเป็น Australian native plants nursery มีแผนกผลิตทั้งข้างนอกคืองานปลูกและดูแล และงานการผลิตในระบบ tissue culture ที่เป็นงานในห้องปฏิบัติการ อย่างที่บอกค่ะว่าเพราะ degree จากเกษตรเค้าเลยให้ทำงานในแลป โชคดีไป อิอิ

03-chatmai-2 191-240งานที่ทำก็เป็นงานนั่งๆ แต่ไม่ได้นอน 555 คือเป็นงาน routine ค่ะ ถ้าใครรู้ว่า tissue culture คืออะไรก็นั่นแหละค่ะ แต่ถ้าไม่ ก็คิดซะว่ามีต้นไม้ต้นเล็กๆ อยู่ในสภาพที่ปลอดเชื้อ แล้วก็ทำการขยายพันธุ์ในสภาพปลอดเชื้อและควบคุมสภาพแวดล้อม เหมือนทำตัดชำพืชแต่ทำกับอะไรที่มันย่อส่วนลงมาขนาดครึ่งนึงของไม้ขีดไฟ ก็นั่งตัดๆ ไปทั้งวัน งานสบาย เจ้านายใจดี เพื่อนร่วมงานก็ ok หลังจากนั้น 2 เดือนก็คิดว่าตัวเอง ok และดูเหมือนเจ้านายก็พอใจกับงานที่ชัชทำอยู่ เลยลองคุยกับเจ้านายว่าถ้าอยากทำงานต่อให้เค้าเป็น sponsor ขอวีซ่าให้ได้มั้ย ซึ่งเค้า ok กับงานที่เราทำเลยไม่มีปัญหา ไว้จะมาเล่าให้ฟังค่ะว่าวีซ่าอะไรยังไง ทำไงถึงได้มา

ที่อยากพูดถึงอีกอย่างคือ ก่อนที่จะมาสมัครงานที่บริษัทนี้ตอนที่ทำงานอยู่ที่ herb farm เพื่อนที่ฟาร์มเค้าบอกให้ไปสมัคร แล้วจริงๆ วันที่เค้าเรียกไปสัมภาษณ์ครั้งแรกไม่ได้ไปเพราะว่ายังไม่ได้ลาออกจากที่ฟาร์ม เลยคิดว่าไม่ควร พอมาเล่าให้เพื่อนฟัง เค้าก็บอกว่าถ้าอยากได้งานก็ต้องไปเลย อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดสำหรับที่ทำงาน ไม่มีเราเค้าก็ต้องทำงานอยู่ได้ ต่อให้เราสำคัญแค่ไหน บริษัทเค้าไม่ล้มเพราะไม่มีเราแค่คนเดียว เพราะฉะนั้นคิดถึงตัวเองก่อนดีที่สุด เลยโทรไปถามเค้าค่ะว่าจะเรียกสัมภาษณ์รึป่าว ซึ่งเค้าคงเห็นว่ากล้าโทรไปถามเค้าก็เลยเรียกสัมภาษณ์

ทำงานที่ออสเตรเลียมา 3 ปี ทำให้รู้ว่าปัญหาการเมือง เรื่องพรรคพวกมีกันทุกที่ ใครว่าฝรั่งไม่ขี้นินทา เถึยงตายเลยค่ะ 555 และใครว่าฝรั่งไม่ชอบการประจบประแจง ก็ขอเถียงอีกเหมือนกัน สรุปแล้วเจ้านายทั้งฝรั่งและอินเดีย (เจ้านายเล็กเป็นคนอินเดีย ส่วนเจ้าของบริษัทเป็นออสซี่) ก็เหมือนเจ้านายไทยค่ะ ต่างนิดหน่อยคือเถียงเค้าได้ แต่อย่ามากนัก ไม่งั้นเค้าจะเกลียดขี้หน้าเอา

คราวหน้าขอเปลี่ยนเป็นเรื่องเที่ยวแล้วกันนะคะ กำลังจะเข้า spring แล้วเผื่อใครมีแผนมาเที่ยว จะเล่าให้ฟังว่า Far North QLD มีอะไรดี ^ ^ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ