แผ่นดินไหวสุมาตราเดือนเม.ย.ส่งสัญญาณเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลียนกำลังแยกตัวออก

27 กันยายน 2555
ผลของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อเดือนเมษายน อาจเป็นการส่งสัญญาณของการเคลื่อนตัวเปลือกโลกครั้งใหม่

เนื้อหาตอนหนึ่งของบทความที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร “เนเจอร์”ของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ระบุว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวมีจุดศูนย์กลางห่างจากเกาะสุมาตราไปทางตะวันตกราว 500 กิโลเมตร บริเวณกึ่งกลางของแผ่นเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลีย

map 2012Sumatra-1

ภาพ: gps.caltech.edu


ทั้งนี้ มีการวัดแรงสั่นสะเทือนครั้งแรกได้ 8.6 ริคเตอร์ ทว่ากลับมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเป็น 8.7 ริคเตอร์ เท่ากับว่า แรงสั่นสะเทือนมีความรุนแรงขึ้น 40% ถือเป็นการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ และเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดอันดับ 10 ในประวัติศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว และธรณีวิทยากล่าวว่า ผลการวิเคราะห์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.7 ริคเตอร์ ทางตะวันตกของเกาะสุมาตราเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบ่งชี้สำคัญการเปลี่ยนแปลงใต้พื้นมหาสมุทร ซึ่งจะแบ่งแยกเปลือกโลก”อินโด-ออสเตรเลียน” ออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งอาจเป็นอีกหลายล้านปีข้างหน้า

แมทเธียส เดเลสคลูส จากสถาบัน Ecole Normale Superieure ซึ่งเป็นผู้เขียนบทความดังกล่าว ชี้ว่า กระบวนการทั้งหมด กว่าที่จะเริ่มขึ้นอาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ 8-10 ล้านปี ที่ทำให้เราเห็นว่า กว่าที่โลกจะมีพรมแดนดังเช่นปัจจุบันนั้น ต้องใช้เวลานานมากเพียงใด

เกาะสุมาตราตั้งอยู่เหนือการปะทะระหว่างเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลียน และแผ่นซุนดา โดยแผ่นอินโด-ออสเตรเลียน ที่มีขนาดใหญ่กว่า จะประกอบด้วยพื้นที่ใต้ทะเลส่วนใหญ่ของมหาสมุทรอินเดีย กำลังเกิดการมุดตัวใต้แผ่นซุนดา

การเสียดสี หรือแทรกตัวกันไปมา ก่อให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานที่ถูกเก็บกักไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุของเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง อาทิ เหตุแผ่นดินไหว 9.1 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2004 ที่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ขณะที่แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.นั้น แม้จะมีแรงสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กลับไม่พบผลกระทบหนักเท่าซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า เกิดจากการเลื่อนด้านข้าง (Strike-Slip Fault) เป็นลักษณะที่เปลือกแผ่นหินมีการเลื่อนตัวไปทางด้านข้างอย่างเดียว โดยอาจเลื่อนไปทางด้านซ้ายหรือขวาขึ้นอยู่กับการมองจากแผ่นหินด้านใดด้านหนึ่ง

ขณะที่เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 ขนาด 9.0 ริคเตอร์ และที่ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 11 มีนาคม ปีที่แล้ว ขนาด 9.0 ริคเตอร์ เป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการมุดตัวของแผ่นหินส่วนล่าง (subduction) ผลักดันแผ่นหินส่วนบนขึ้นไปในลักษณะการเลื่อนแบบกลับทิศ (Thrust Fault)


ที่มา: มติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1348734442