ออสเตรเลียกับปัญหาคลื่นความร้อน

fac5faf1-3ea2-4fa7-8fc3-d57344c417e7-460x3161

ที่มา: http://www.theguardian.com/australia-news/2015/jan/06/2014-was-australias-third-warmest-year-on-record-says-bureau-of-meteorology

เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในแต่ละปี ทั้งคน ผลผลิต และธุรกิจในออสเตรเลียต่างได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง ทำให้ชาวออสเตรเลียต้องหาวิธีปรับตัวเพื่อต่อสู้ต่อความร้อนและรักษาผลผลิตของตนเอาไว้ไม่ให้เสียหายหรือถูกทำลายเพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นและอากาศที่ร้อนจัด

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่เกษตรกรผู้ปลูกองุ่นในออสเตรเลียใช้สเปรย์ครีมกันแดดฉีดพ่นผลผลิตองุ่นเพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุองุ่นในช่วงที่อุณหภูมิของประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก คุณภาพขององุ่นที่นำไปใช้ทำไวน์ขึ้นอยู่กับแสงอาทิตย์ ดิน และอุณหภูมิ อากาศที่ร้อนมากๆ จะสร้างความเสียหายให้กับผลผลิต และความร้อนที่มากเกินไปจะทำให้ผลองุ่นเกิดไหม้แดดได้ วิธีการคือเกษตรกรจะใช้ครีมกันแดดในลักษณะสเปรย์ฉีดพ่น ผลองุ่นอาจมีสีขาว-ฟ้าเคลือบอยู่บางๆ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการช่วยปกป้องผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการที่ช่วยในการเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิจะสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส (113F) นอกจากนี้เกษตรกรยังใช้วิธีการปลูกองุ่นในแนวเหนือ-ใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้องุ่นจะต้องโดนแสงอาทิตย์ตรง

ออสเตรเลียต้องปรับตัวอย่างมากต่ออากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียได้พยากรณ์เอาไว้ว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้ออสเตรเลียต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนบ่อยขึ้นและแต่ละครั้งก็จะรุนแรงขึ้น

คลื่นความร้อนหรือ Heatwaves นี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจแน่นอน เพราะต้นทุนในการผลิตจะสูงขึ้น ธุรกิจหลายอย่างจะต้องมีการใช้สิ่งที่จะช่วยกันความร้อน (heatproof) ในผลิตภัณฑ์หรือในขั้นตอนการผลิต เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร การค้าปลีก และบริษัท ประกันภัย

แต่ละปี เมื่อเปรียบเทียบระหว่างภัยที่เกิดจากธรรมชาติประเภทต่างๆ คลื่นความร้อนสร้าง ความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด แล้วยังกระทบต่อแรงงานซึ่งเป็นรากฐาน สำคัญของเศรษฐกิจในประเทศ
ในเดือนพฤศจิกายน 2557 สหภาพแรงงาน Electrical Trades Union (ETU) ออกเอกสาร เตือนเจ้าหน้าที่และแรงงานที่ทำงานนอกอาคารในรัฐนิวเซาท์เวลส์ถึงอากาศร้อนจัดที่กำลัง จะเกิดขึ้นในขณะนั้น เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส จะต้องหยุดการทำงาน เนื่องจากผู้ทำงานจะเสี่ยงต่อการเกิดอาการผดร้อน (heat rash) ความเหนื่อยล้า และกล้าม เนื้อหดตัว

เมื่อ 2 ปีก่อนที่มหานครซิดนีย์ อุณหภูมิสูงขณะนั้นสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส ทำให้ ผู้คนอาศัยอยู่ในบ้าน ไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย ขณะที่คนที่ต้องทำงานนอกบ้าน หรือไม่ได้อยู่ ในสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศจะต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการทางร่างกายที่เกิดขึ้นมากมาย

ปัจจุบัน มีความเป็นไปได้ว่าความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของออสเตรเลียนั้น ขึ้นอยู่กับ ประเด็นที่ว่า ประเทศออสเตรเลียจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นได้ อย่างไร เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความรุนแรงของอากาศนั้นส่งผลต่อทุกภาค ส่วนในประเทศ

ที่มา:
http://www.bbc.com/news/business-30660063
http://www.theguardian.com/australia-news/2015/jan/06/2014-was-australias-third-warmest-year-on-record-says-bureau-of-meteorology