ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลีย

ประเทศออสเตรเลียถือเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยในปี 2557 ออสเตรลียส่งออกสินค้า (Export Destinations) มายังไทยเป็นอันดับที่ 11 โดยคิดเป็นร้อยละ 1.93 และไทยเป็นอันดับที่ 8 ที่ออสเตรเลียนำเข้าสินค้า (Import Sources) โดยคิดเป็นร้อยละ 4.31

23-09-58-1 23-09-58-2

 

สินค้าส่งออกที่สำคัญของออสเตรเลีย ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์, เชื้อเพลิงธรรมชาติและน้ำมัน, อัญมณี, เนื้อสัตว์และธัญพืช
ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงธรรมชาติและน้ำมัน, ส่วนประกอบเครื่องจักร, รถยนต์, อุปกรณ์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม

23-09-58-3 23-09-58-4

 

การค้าระหว่างไทย-ออสเตรเลีย

ในปี 2557 ไทยและออสเตรเลียมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 14,712.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 3.23 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย) ซึ่งออสเตรเลียนั้นเป็นตลาดส่งออกลําดับที่ 6 ของไทย โดยไทยส่งออกไปออสเตรเลียเป็นมูลค่า 9,298.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 4.09 ของการส่งออกทั้งหมด) และการนําเข้าออสเตรเลียเป็นแหล่งนําเข้าสําคัญอันดับที่ 13 ของไทย โดยไทยนําเข้าจากออสเตรเลียเป็นมูลค่า 5,413.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 2.37 ของการนําเข้าทั้งหมด) ส่วนดุลการค้า ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 3,885.05 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

23-09-58-5

ตาราง: ผลิตภัณฑ์และมูลค่าการส่งออก-นำเข้าของไทยไปยังออสเตรเลีย

Major Thai Export to Australia , 2014 (US$m)

รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ

3,968.52
เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ 438.97

เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

380.60
เม็ดพลาสติก 377.55
อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 306.63
Major Thai Import from Australia, 2014 (US$m)
น้ำมันดิบ 1,902.74
เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ 836.56
สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะ และผลิตภัณฑ์ 717.94
ถ่านหิน 284.27
พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 274.52

 

ปัญหาและอุปสรรคการค้า

จากการลงนามความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งเป็นการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียนั้นจะช่วยให้มูลค่าการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การค้ากับออสเตรเลียก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคบางประการ ได้แก่

  1. มาตรการด้านสุขอนามัย (SPS Measures) ของออสเตรเลียมีความเข้มงวดมากเนื่องจากเป็นประเทศเกาะ ทําให้สินค้าเกษตรหลายชนิด อาทิ ผักและผลไม้สด เช่น พริก ทุเรียนทั้งผล มะม่วง และเนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อหมู ไม่สามารถเข้าไปจําหน่ายได้
  2. กฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารตาม Australian Food Standard Code ซึ่งกําหนดขึ้นเพื่อใช้ในการกักกัน (Quarantine) และตรวจสอบ (Inspection) คุณภาพอาหารนําเข้ามีความเข้มงวด โดยแบ่งประเภทอาหารเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง กลาง และต่ำ หากพบว่าผู้ส่งออกไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดจะส่งสินค้ากลับหรือทําลาย ทําให้ต้นทุนสินค้าสูง
  3. ออสเตรเลียใช้เวลาพิจารณาเปิดตลาดสินค้าเกษตรจากไทยนานมาก และมักจะกําหนดมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานสากล และไม่สามารถปฏิบัติได้หรือไม่คุ้มทุนในเชิงพาณิชย์
  4. การใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Duties) ในกรณีที่ผู้ผลิตในประเทศฟ้องร้องต่อรัฐบาลว่าสินค้านําเข้าทําให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าไทย 2 รายการที่ถูกใช้มาตรการนี้จากออสเตรเลีย คือ สับปะรดกระป๋องและโพลีเอททีลีนความหนาแน่นต่ำ (Linear low density polyethylene)
  5. สินค้าไทยถูกแย่งตลาดจากจีนและอินโดนีเซีย เนื่องจากราคาสินค้าถูกกว่า เช่น รองเท้า เสื้อผ้าสําเร็จรูป และของเด็กเล่น รวมทั้งข้าวซึ่งออสเตรเลียสามารถปลูกเองได้

 

ที่มา: