Zoe : Life in Canberra

zoe1Zoe or Zolida
Studying at University of Canberra
Masters in Inclusive Education (for special needs)

Hey, how’s it going? นี่่คือคำทักทายแบบชาวออสซี่่ ซึ่งเราจะงงว่าจะต้องตอบว่า Thanks, I am fine หรือจะต้องเล่าว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง แต่ปัญหาก็คือไม่ได้มีแค่เพื่อนชาวออสซี่ที่จะทักกันแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถเมล์ cashier ที่ supermarket หรือคนที่เราไม่รู้จักบนถนนก็จะทักกันแบบนี้ เลยต้องไปศึกษาว่าจะต้องตอบกลับอย่างไร ได้คำตอบง่ายๆ สั้นๆ กลับมาว่าต้องบอกว่า Good, how are you? เน้นที่ you ยาวๆ อีกฝ่ายจะได้เป็นคนที่ต้องคิดกลับว่าตอบอย่างไรดี

วันแรกที่ได้มาที่เมือง canberra ขอยอมรับว่าตกใจมากและอยากจะกลับทันทีเพราะดูแตกต่างจากกรุงเทพมาก ทั้งเงียบและรอบตัวก็มีแต่ป่าและเขา แต่พออยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้คิดใหม่ว่าเมืองนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าอยู่เหมือนกัน และเป็นเมืองที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่าง ได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำและเพื่อนใหม่ๆ ที่เป็นจิงโจ้ รอบๆ ตัว ไม่ใช่ค่ะ ล้อเล่นค่ะ

ก่อนอื่นขอพูดถึงเรื่องเรียนก่อนนะคะ วันแรกที่เข้าห้องเรียนก็ช๊อคไปเลยค่ะ เพราะเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนมีแต่รุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปค่ะ แล้วยังเป็นชาวออสซี่เกือบทั้งหมด ทั้งๆ ที่คณะอื่นมีคนต่างชาติปนอยู่บ้าง โซเรียนด้านการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษ โดยเฉพาะสำหรับเด็กออทิสติกค่ะ อาจจะเป็นด้านใหม่ที่คนยังไม่รู้จัก แต่จริงๆ แล้วเป็นด้านที่น่าสนใจมากนะคะ เคยทราบไหมคะว่าทำไม Leonardo Da Vinchi ใช้เวลา 12 ปี วาดริมฝีปากของ Mona Lisa ทำไมเขาต้องใช้เวลานานถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ฟังดูไม่น่าจะยาก ก็เพราะเขาเป็น Asperger’s Syndrome ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของโรคออทิสติกค่ะ

zoe2-300x225 zoe3 300-225


จริงๆ แล้วเรื่องที่มีเพื่อนร่วมห้องเรียนเป็นชาวออสซี่อายุมากกว่านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากค่ะ เพราะลักษณะการสอนที่นี่คือการได้เอาความรู้และประสบการณ์มาแชร์กันในห้องเรียนค่ะ เพื่อนๆ ก็มีตั้งแต่ครูใหญ่ โรงเรียน therapist คุณครู และอาชีพอื่นที่ทำงานด้านเด็กพิเศษค่ะ เลยทำให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในด้านนี้เพิ่มขึ้นมากค่ะ สำหรับโซยังขาดขาดประสบการณ์ด้านนี้ค่ะ แต่โชคดีที่อาจารย์ที่นี่มีงานพิเศษให้นักเรียนไปสมัครกันค่ะ งานพิเศษนั้นคือเป็นครูสอนการบ้านและทักษะทางสังคมให้กับนักเรียนออทิสติกค่ะ โซได้มีโอกาสได้ทำงานนี้ซึ่งทำให้โซได้เพิ่มประสบการณ์ทางด้านนี้มากค่ะ

ที่นี่ถ้าถามว่าปัจจัยที่ 5 ที่นักเรียนไทยต้องมีเวลาอยู่ต่างประเทศ ขอตอบว่าเพื่อนค่ะ ถ้ามีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ ใช้ความกล้ายิ้มแล้วลองทักทายเพื่อนใหม่ๆ ดูค่ะ เพราะเพื่อนจะช่วยเหลือกันได้ค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่กับ family เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หรือมีปัญหาเรื่องการเจรจาสนทนากับเจ้าหน้าที่ต่างๆ การหางาน การเรียน การเสนอเมนูทำกับข้าว การฝึกสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ หรือเรื่องอื่นๆ ก็คุยปรึกษากับเพื่อนๆ ได้ค่ะ จะทำให้เราไม่เหงาและมีกิจกรรมทำตลอดเวลาด้วย เพราะนักเรียนไทยหลายคนจะกลัวว่าตัวเองใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกกันเลยมีแต่เพื่อนคนไทยดีกว่า หรือหาแฟนคนไทยไปเลย ซึ่งมันจะทำให้ยิ่งเสียความมั่นใจในการใช้ภาษาไปเลย จริงๆ แล้วก็ยังมีหลายชาตินะคะ นอกจากคนเอเชียคือคนยุโรปในบางประเทศ หรืออเมริกาใต้ที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องก็มีเหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้นลองคุยกับเพื่อนหลายๆ ชาติดูนะคะ รับรองว่าแต่ละชาติมีเรื่องให้เม้าท์เยอะแยะมากมายที่ทำให้เราติดใจค่ะ